การเดินทางท่องเที่ยวที่สะดวกที่สุด เห็นจะไม่พ้นการเดินทางโดยเครื่องบิน เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาได้เยอะแล้ว ยังสะดวกรวดเร็วที่สุดอีกด้วย

และมาตรฐานเวลาก็เดินทางก็มักจะเที่ยงตรงที่สุดถ้าเทียบกับการเดินทางแบบอื่น (อันนี้นับเฉพาะในบ้านเรา เพราะถ้าเป็นในต่างประเทศ รถไฟ รถเมล์ ก็ตรงเวลาดีอยู่ทีนี้หลายๆท่านเองก็ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน ก็อาจจะประหม่า ตกใจทำอะไรไม่ถูกได้ ทีนี้

เรามีข้อแนะนำดีๆมานำเสอนว่าเราควรเตรียมตัวขึ้นเครื่องอย่างไรบ้าง เพื่อให้ไม่โก๊ะ ไม่เขิล ขึ้นเครื่องได้แบบชิลๆ แน่นอน

  • ขั้นแรกที่สุดเลยก็คือหาข้อมูล จองตั๋ว และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง

ถ้าเราไม่จองตั๋วก็คงไม่ได้เดินทางกันแน่นอน เมื่อจองตั๋วชำระเงินเรียบร้อย ให้ตรวจสอบให้ดีว่าเป็นการเดินทางสนามบินดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิ เพราะถ้าไปขึ้นผิดที่มีตกเครื่องแน่นอน และควรเผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ทั้งรถติด ทั้งต่อแถวเช็คอิน ไม่มีอะไรที่แน่นอนแน่ๆ

รายละเอียดการเดินทางเมื่อเราไปเช็คอิน จะได้หน้าตั๋วมา ที่เรียกกันว่า Boarding Pass ทีนี้ข้อมูลที่เราควรจำหลักๆก็คือ Boarding Time คือเวลาขึ้นเครื่อง ไม่ควรเลท หรือถ้าไม่ทันจริงๆ เลทได้ 5 นาทีอย่าเกินกว่านั้นเพราะว่าทางสายการบินต้องเช็คผู้โดยสารและเตรียมออกบิน ซึ่งเวลาที่เครื่องจะ take off บินออกนั้นก็คือ Departure Time นั่นเอง หากเลทเกินกว่านี้ก็ตกเครื่องซื้อตั๋วใหม่แน่นอน

  • ถ้าเป็นไปได้ให้ใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะน้อยที่สุด

ก่อนเราจะได้เข้าไปในส่วนภายในสนามบินนั้น ต้องมีการสแกนตัว สแกนข้าวของ กระเป๋าก่อนเข้าไป ซึ่งหากเราใส่ชุดที่มีโลหะเยอะ เราก็ต้องถอดออกมาทีละชิ้นแล้วผ่านเครื่องสแกนไป แล้วค่อยแต่งตัวใส่ใหม่ ซึ่งนั่นจะเสียเวลาถอดเข้าถอดออกอยู่พอสมควร แต่หากเราแต่งตัวที่มีโลหะน้อย เช่นรองเท้าผ้าใบ กางเกงวอร์ม แล้วนั้น จะประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้มากเลยทีเดียว

  • การเก็บสัมภาระบนเครื่อง

บนเครื่องบินการเก็บสัมภาระให้เก็บไว้บนตู้เหนือหัวของท่าน แต่หากเป็นชิ้นไม่ใหญ่แล้วเราอยากเก็บไว้ใกล้ตัวแล้วล่ะก็ ทำได้โดยวางไว้ตรงใต้ที่นั่งเรานั่นเองโดยต้องสอดไปให้สุดใต้ที่นั่ง อย่ามาวางแถวๆเท้าหรือตรงที่นั่งอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะโดนแอร์โฮสเตส เตือนแล้วเราก็ต้องเก็บไว้ใต้ที่นั่งอยู่ดี

  • ปิดเครื่องมือสื่อสาร หรือเปิดโหมดเครื่องบิน

เรื่องนี้หลายๆคนละเลย แต่ควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย คือปิดเครื่องมือสื่อสาร มือถือ ตอนก่อนเครื่อง Take off และก่อนเครื่อง Landing จอดตอนถึงที่หมาย

Read More

การไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ เดินทางทั้งทีก็ต้องมีหลายวันกันบ้าง คงไม่มีใครเดินทางไปกลับเชียงใหม่ภายในวันเดียวใช่ไหมครับ ไม่งั้นคงเหนื่อยมากแน่ๆ หรือไม่ก็เท่ากับไม่คุ้มค่ารถ หรือเวลาที่เสียไปในการเดินทางแน่ๆ

ในเมื่อการเดินทางมีหลายวัน เราก็ต้องมีการตระเตรียมกระเป๋าสัมภาระ ของใช้ที่จำเป็นกันหน่อย

เพื่อให้การเที่ยวของเรานั้นราบรื่น กาจัดกระเป๋าสัมภาระนั้น ถ้าจัดดีๆจะจุของได้มาก และทำให้เราหยิบของใช้ที่จำเป็นได้ง่าย ไม่ต้องรื้อเละเทะ ไม่ต้องพกกระเป๋าอีรุงตุงนังหลายใบอีกด้วย

  • ขั้นแรกเลยให้จดรายการออกมาก่อน

การจดรายการของที่จำเป็นออกมาเสียก่อน เป็นการวางแผนที่ดี เพื่อที่เวลาเราหยิบจับของอะไรจะได้รู้ และจะได้ทำให้ไม่ลืมของที่สำคัญที่ต้องออกไปด้วย อีกทั้งยังช่วยสกรีนของที่ไม่จำเป็นออกไป เพราะการจดออกมา เราจะเห็นภาพใหญ่ก่อนจัดของ แล้วจะรู้ว่าอันไหนของสำคัญ อันไม่สำคัญ และอย่าลืมติ้กถูกอันที่จัดเข้ากระเป๋าไปแล้วด้วย

  • สำรวจตู้เสื้อผ้าให้ดี

บางครั้งเราอาจมีเสื้อผ้าบางตัวที่หลงลืมไป เก็บเอาไว้นาน การเลือกและสำรวจตู้ให้ดี จะทำให้มีโอกาสนำเสื้อผ้าเหล่านั้นกลับมาใช้ และเป็นโอกาสจัดเสื้อผ้าให้เข้ากับสถานที่ที่จะไปอีกด้วย และที่สำคัญ ถ้าหากเราไปเที่ยวนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เราไม่ต้องจัดเสื้อผ้าจนเต็มกระเป๋า แค่จัดประมาณ 1 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ต้องมีการซักผ้ากันบ้าง ซึ่งค่าซักผ้าก็คงไม่กี่บาท คุ้มค่ากว่าการแบกกระเป๋าหนักๆ หรือขึ้นเครื่องที่น้ำหนักเกินเกณฑ์แล้วต้องจ่ายเพิ่มอย่างแน่นอน

  • จัดของจำเป็น และสำคัญก่อน

หลายๆครั้งเราจะมีของที่ต้องเอาไปเพื่อไว้บ้าง เช่น ร่มเผื่ออฝนตก โน๊ตบุ๊คเผื่อทำงาน จอยเกมส์เผื่ออเล่นเกมส์ หนังสือเผื่อนั่งอ่าน ไม่ใช่ว่าการเตรียมของเผื่อไว้จะไม่ดี แต่ว่าให้เตรียมไว้เป็นอย่างสุดท้าย แต่ให้แพคของจำเป็นและสำคัญก่อน มิฉะนั้น กระเป๋าของท่านอาจเต็มก่อนใส่ของสำคัญก็เป็นไปได้

Read More

ซลาตัน อีบราฮีมอวิช (Zlatan ibrahimovic)

เกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1981 เป็นชาวสวีเดน

เชื้อสายบอสเนียและโครเอเชียสูง 195 ซม.

เริ่มค้าแข้งกันมัลโม่ที่บ้านเกิด และได้ย้ายไม่สร้างชื่อต่อที่ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมที่ฮอลแลนในปี 2001 ฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา  ซลาตัน อีบราฮีมอวิช ทำได้ยอดเยี่ยมมาก จึงทำให้สโมสร ยูเวนตุส ทุ่มเงินถึง 16 ล้านยูโร ดึงตัวเขาเช้ามารวมทีม ให้ปี 2004

หลังจากนั้นสโมสร ยูเวนตุส ถูกปรักตกชั้นไปเซเรีย บี ในปี 2006 หลังโดนข้อหาพัวพันวงการพนัน ทำให้เอเยนต์ของเขา เลือกที่จะให้เล่นกับทีมอื่นแทน และเขาก็ได้ไปเล่นกับทีม อินเตอร์ มิลาน ในระยะเวลา 3ปี เขาได้ลงเล่นและทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว จากการลงสนาม 88 นัท ซลาตัน อีบราฮีมอวิช สามารถทำประตูได้ถึง 57 ประตู ทำให้บาร์เซโรนารียดึงตัวมาร่วมทีม แต่ทว่า ซลาตัน อีบราฮีมอวิช มีสไตล์การเล่นเป็นของตัวเองทำให้ไม่ค่อยเข้ากับทีมบาร์เซโลนาได้ซักเท่าไหร่

ทำให้ผลงานออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต่อมาเขาจึงถูกส่งตัวให้เล่นกับทีม เอซีมิลาน ในฐานะยืมตัว ก่อนที่จะเซ็นสัญญาถาวรในปี2011

ปัจจุบันเล่นตำแหน่งก่อนหน้าตัวเป้า ในระดับทีมชาติ ซลาตัน อีบราฮีมอวิช เคยติดทีมชาติสวีเดน หลังจากได้ลงเล่นครั้งแรกปี 2001 และเป็นกัปตันในปี 2010 จนประกาศยุติการเล่นทีมชาติในปี 2016 และเป็นเจ้าของสถตีให้ทีมชาติสวีเดนได้ถึง 50 ประตู

ประวัติการเล่น

1999-2001 มัลโม่ ลงเล่น 40 นัท 16 ประตู

2001-2004 อาแจ็กซ์ ลงเล่น 74  นัท 35 ประตู

2004-2006 ยูเวนตุส ลงเล่น 70 นัท 23 ประตู

2006-2009 อินเตอร์มิลาน ลงเล่น 88 นัท  57 ประตู

2009-2011 บาร์เซโลนา ลงเล่น 29 นัท 16 ประตู

2010-2011 มิลาน(ยืมตัว) ลงเล่น 29 นัท 14 ประตู

2011-2012 มิลาน ลงเล่น 32 นัท 28 ประตู

2012-2016 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ลงเล่น 122 นัท 113 ประตู

2016-2018 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลงเล่น 33 นัท 17 ประตู

2018 แอลเล แกลักซี ลงเล่น 44 นัท 38 ประตู

ทีมชาติ

1999 สวีเดน อายุไม่เกิน 18 ปี ลงเล่น 4 นัท 1 ประตู

2011 สวีเดน อายุไม่เกิน 21 ปี ลงเล่น 7 นัท 6 ประตู

2001-2016 สวีเดน ลงเล่น 116 นัท 62 ประตู

Read More

ข่าวไหนที่ว่าดังต้องหลบให้กับข่าวแชร์แม่มณี เพราะตอนนี้กระแสของนางมาแรงเกินข่าวไหนๆ วิธีการทำให้คนหลงเชื่อวางใจกับการนำเงินมาลงทุน คือทำให้เหยื่อตายใจโดยการที่โอนเงินหลอกลวงถึงผลตอบแทนในอัตราสูงและผลตอบแทนให้ตามที่ได้อ้างไว้ก่อน
เมื่อเหยื่อหลายๆคนเห็นว่าได้เงินและผลตอบแทนจริงก็ลงทุนเพิ่มอีกพอเหยื่อหลายๆคนเห็นว่าได้เงินจริงและได้มีการบอกต่อกันปากต่อปากทำให้ขยายวงกว้างมากขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในระบบมากมายมหาศาลพอหลังๆมาก็เริ่มออกลายจนลูกแชร์ไม่ได้รับเงินคืน
แม่มณีก็อ้างว่าตัวเองได้นำเงินไปขึ้นกับธนาคารต่างสาขาในต่างประเทศ

ทำให้ยังเคลียร์ยอดไม่ได้ ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆจนเหยื่อหลายๆคนเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกและทนไม่ไหวจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแม่มณีได้ออกมาอ้างว่าตัวเองไม่ได้โกงจะเคลียร์เงินให้ทุกคนแต่ที่ยังเคลียร์ไม่ได้เพราะบัญชีถูกทางธนาคารอายัดก่อนที่จะเงียบหายไป

 

และออกมาโพสขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีปัญหาหลายด้านต่อมาก็มีคนค้นพบว่ายังมีกลุ่มแชร์กลุ่มเล็กที่จังหวัดอุดรธานีของแม่มณียังมีการโอนเงินกันได้ตามปกติหลายคนจึงรู้ว่าที่แม่มณีบอกว่าบัญชีของตนโดนทางธนาคารอายัดก็ไม่เป็นความจริง

ทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆก็ออกมาประกาศว่าจะฟ้องแม่มณีที่ได้นำชื่อไปแอบอ้างแม่มณณีจึ่งเริ่มลบสถานีโทรทัศน์ต่างๆที่เคยอ้างว่าตัวเองเป็นผู้จัดออกจากเฟซบุ๊กถาวรเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562ก็พบว่าแม่มณีได้ทำการเช็คอินทางโรงแรมในบ่อนปอยเปตกัมพูชาและก็ปิดโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้อีกเลย

มีผู้เสียหายบางคนของกลุ่มแชร์แม่มณีได้โพสต์เฟซบุ๊กกรีดหน้าตัวเองและขู่จะฆ่าตัวตายหากไม่ได้รับเงินคืนเพราะเงินที่ตัวเองลงไปคือเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตที่ตัวเองมีและก็เริ่มมีผู้เสียหายที่โดนกลุ่มแชร์แม่มณีโกงไปได้เดินทางเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง และในโซเชียลออนไลน์ก็ได้เริ่มมีการขุดคุ้ยประวัติมีการออกมาแฉกลุ่มแชร์แม่มณีกันอีกเป็นจำนวนมากและมีผู้เสียหายหลักหลายร้อยคนเดินทางมาแจ้งความเอาผิดแม่มณีแล้ว

 

ขอขอบคุณบทความข่าวข้างต้นซึ่งที่มาได้นำข้อมูลมาจาก เฟสบุ๊ค

Read More

 

ชำแหละข่าวร้อน

ได้อ่านข่าวจาก www.kapook.com ประจำวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เรื่องที่ผู้ปกครองคนหนึ่งส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ( เป็นการเรียนสองภาษา)
เพราะต้องการให้ลูกมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษมากขึ้น น้องอายุเพียง 5 ขวบ แต่ถูกคุณครูตี จนแขนเขียวช้ำ เพราะคุณครูบอกกับน้องว่าน้องโง่ไม่สามารถตอบคำถามครูได้

จากเหตุการณ์ที่น้องเจอทำให้น้องกลัวการไปโรงเรียนเพราะกลัวครุตี คำพูดของน้องที่เล่าเรื่องที่ครูตีให้คุณแม่ฟัง ได้อ่านแล้วน่าสงสารมาก เด็กน้อยบอกกับคุณแม่ว่าครุบอกว่าหนูไม่มีสมอง แต่เด็กน้อยก็ชี้ที่หัวของตัวเองให้แม่ดูและบอกกับแม่ว่า หนูก็มีสมอง
สมองหนุอยู่ตรงนี้ ประโยคที่เด็กน้อยอายุแค่ 5 ขวบพูดนี้

ใครเป็นแม่ถ้าได้ฟังก็คงน้ำตาไหล เด็กน้อยอายุแค่ 5 ขวบเอง ไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรง เพียงแค่ตอบคำถามครูไม่ได้ ทำไมครูต้องต่อว่าเด็กด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ซึ่งมันเป็นการสร้างปมในใจให้กับเด็ก แถมยังมีการลงโทษเด็กด้วยการตีจนแขนเขียวช้ำ และยังอ่านไปเจออีกว่าเมื่อผู้ปกครองไปคุยกับทางโรงเรียน

 

ทางผู้อำนวยการโรงเรียนก็ออกมาขอโทษ

จะนำกระเช้าไปขอโทษ และแจ้งว่าจะลงโทษครูที่ทำความผิดด้วยการให้ครูที่ทำความผิด ลาออกจากโรงเรียนภายใน 30 วัน แต่เมื่อครบ 30 วันแล้ว ทางคุณแม่มีการโทรไปสอบถามถึง คุณครูคนนั้นก็ยังไม่ได้มีการลาออกเลย เหมือนกับว่าโรงเรียนไม่สนใจรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่จริงแล้วข่าวคุณครูทำร้ายเด็กเกินกว่าเหตุมีให้อ่านเรื่อยๆเหตุการณ์ครูทำร้ายเด็กนักเรียนไม่สมควรจะมีด้วยซ้ำไป จริงๆคนที่จะมาเป็นครูควรจะต้องเป็นคนที่รักเด็ก และเป็นคนใจเย็น เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนเรียนช้า บางคนสอนนิดเดียวก็ทำได้แล้วพ่อแม่ต้องเสียเงินแสนแพงให้กับโรงเรียนก็เพราะหวังว่าทางโรงเรียนจะมีการดูแลลูก
ของตนเองให้ดี จึงยอมจ่ายเงินแพงๆเพื่อมาเรียนกับโรงเรียนเอกชน แทนที่จะให้ลูกเรียนโรงเรียนรัฐบาล นอกจากปัญหาครูทำร้ายเด็กนักเรียนแล้ว ที่ยังพบเรื่อยๆอีกเรื่องหนึ่งคอปัญหาครุผู้ชาย ทำอนาจารเด็ก

อันที่จริงโรงเรียนควรจะมีวิธีการป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้แล้วไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาแบบนี้ซ้ำๆพ่อแม่ควรจะได้วางใจได้แล้วว่านอกจากบ้านที่เป็นที่ปลอดภัยสำหรับลูกแล้วโรงเรียนก็จะยังเป็นอีกที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กด้วยล่าสุดข่าวมีข่าวออกมาว่าครูที่ทำความผิดได้ลาออกแล้วคุณครูคนนั้นถ้าได้ไปสอนที่โรงเรียนอื่นคงไม่ไปทำร้ายเด็กคนไหนอีก

 

ขอขอบคุณสำหรับแหล่งที่มาของข้อมูล kapook.com

Read More