ผู้เขียน: adminone

  ในโลกสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพขอความช่วยเหลือต่อๆกัน

เรื่องมีอยู่ว่า มีคุณยายท่านหนึ่งอายุ70 ปีแล้วมีอาชีพขายอาหารซึ่งในวันเกิดเหตุขายข้างอยู่ที่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งไม่ระบุชื่อในจังหวัดสุพรรณบุรี คุณยายถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกซื้อของแล้วจ่ายเงินปลอม 

       จากที่นักข่าวลงพื้นที่สอบถามคุณยายได้เล่าให้ฟังว่าคุณยายมีอาชีพขายอาหารจะมาขายที่หน้าโรงเรียน สุพรรณภูมิ ในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประจำทุกวันเวลาประมาณ 10.00 – 15.00 น. 

ซึ่งวันที่เกิดเหตุมีผู้หญิงคนหนึ่งขับรถจักรยานยนต์มาซื้อของเป็นเงิน 70 บาท แล้วให้แบงค์ 500 บาทแต่ผู้หญิงคนนั้นพับเงินมาจึงทำให้ไม่รู้ว่าเป็นเงินปลอม พอทอนเงินให้ 400 บาทกำลังจะทอนเศษ 30 บาทผู้หญิงคนนั้นก็ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไป ยายตะโกนให้คนช่วยแต่ก็จับไม่ทัน และยายก็ไม่ได้เห็นหน้าคนร้ายเพราะตอนที่มาซื้อของคนร้ายใส่หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าไว้ ตอนนี้ยายมาแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาให้ได้เพราะว่ายายเองก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ยายยังต้องเลี้ยงหลานอีกสองคน ยายอยากได้เงินคืน

 

          จะเห็นได้ว่าผู้คนในสังคมยุคสมัยนี้ค่อนข้างน่ากลัว มีทั้งการตุ้มตุ๋นหลอกลวงและบางคนก็มีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวแบงค์ปลอดระบาดแต่ก็หายไป ตอนนี้กลับมาระบาดอีกแล้ว น่าสงสารพวกพ่อค้าแม่ค้า เพราะคนเราขายของก็หวังจะได้เงินกลับต้องมาเจอคนเอาแบงค์ปลอมมาซื้อ 

บางครั้งแบงค์ปลอมที่คนเอามาซื้อก็ทำเหมือนแบงค์จริงจนดูไม่ออกก็มี หรือแม่ค้าพ่อค้าบางคนขายของยุ่งๆคนเยอะไม่ทันระวัง ไม่ทันมองแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้ก็จะแฝงตัวเข้ามาซื้อของตอนคนเยอะแล้วจ่ายเงินเป็นแบงค์ปลอมและได้เงินทอนเป็นเงินจริงไปทำให้พ่อค้าแม่ค้าขาดทุนจากการขายของกันไปเลย อย่างเคสของคุณยาย เป็นเพราะยายแก่แล้ว และไม่ได้คิดว่าร้านของของแบบรถเข็นจะมาโดนหลอกเรื่องแบงค์ปลอมจึงไม่ได้เฉลียวใจ คลี่เงินออกมาดูก่อนทำให้ถูกหลอกเอาเงินไปได้ เข้าใจว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี

แต่คนเราก็ไม่ควรหลอกที่จนอยู่แล้วด้วยกัน ถึงยังไงก็ต้องหาช่องทางทำมาหากินแบบสุจริตจะดีกว่า อย่ามาเบียดเบียนคนจนด้วยกันเลย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ สาวสังคมโซเชียวได้พากันแชร์ และบางคนที่อยู่ใกล้กับยายพอทราบข่าวก็พากันไปอุดหนุนยายกันเยอะขึ้น หวังว่าตำรวจจะสามารถจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้ในเร็วๆนี้ 

สนับสนุนโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

Read More

เป็นข่าวที่มีคนใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ได้เดินทางผ่านไปทางวัดแหลมฟ้าผ่า

ซึ่งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ แล้วพบว่าบริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ มีหุ่นที่ไม่มีหัวนั่งกันอยู่ข้างถนนเต็มไปหมดหลายร้อยตัว  โดยมีการโพสต์กล่าวติดตลกว่า เข้ามากลางคืนมีหลอน ซึ่งมีหลายคนต่างก็เข้ามาพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวว่าตนเองก็เคยเดินทางผ่านไปทางนั้นเหมอนกัน และทุกคนต่างก็รู้สักแบบเดียวกันคือ รู้สึกว่าน่ากลัว ส่วนทางเจ้าของหุ่นนั้นเป็นลุงที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น

ลุงมีอาชีพเฝ้าสวนให้กับนายจ้างและอยู่มาวันหนึ่งได้ไปเหมาหุ่นพวกนี้มาจากทางห้างเพื่อเอามาวางขาย ลุงบอกว่าไม่คิดว่าจะมีคนกลัว แต่อาจเป็นไปได้ว่าที่กลัวเพราะตรงบริเวณที่วางหุ่นไฟทางไม่มี  มีเพียงแสงไฟจากที่พักของลุงส่องออกมาสลัวๆ ทำให้คนผ่านไปผ่านมาอาจจะเกิดความกลัวได้ แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไร เพราะนำมาวางขายไว้นานแล้ว จนชาวบ้านแถวนี้ชินกันหมดแล้ว จากแรกๆที่เคยกลัวตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ใกล้กับบริเวณนี้ก็รู้สึกเฉยๆกันหมดแล้ว เพราะไม่ได้มีความอัศจรรย์อะไรเกิดขึ้น

ดูจากสภาพหุ่นและบริเวณที่วางหุ่นก็ดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน

และที่สำคัญหุ่นที่ลงแกนำมาวางอยู่ห่างจากศาลเจ้าแม่พิกุลทองเพียง 20 เมตรเท่านั้นทำให้หลายคนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่รู้สึกว่ามีใครเอาหุ่นเหล่านี้มาวางเพื่อเป็นหุ่นบริวารของเจ้าแม่พิกุลทองหรือไม่ เพราะสังคมไทยจะเน้นเชื่อในเรื่องของสิ่งเร้นลับมาก่อนเป็นอันดับต้นๆ และยิ่งมาเห็นหุ่นเหล่านี้นั่งอยู่ในตอนกลางคืนแถมไฟก็มีแค่สลัวๆ ก็อาจทำให้หลายคนกลัวได้

ซึ่งความกลัวนั้น มักเป็นความเชื่อของแต่ละคน หลายคนกลัวและไม่กล้าที่จะผ่านมาทางนี้แม้แต่ในยามกลางกวัน ทางที่ดีลุงคนจะทำห้องวางหุ่นให้เรียบร้อยเพื่อที่คนที่ผ่านไปมาจะได้ไม่ต้องมองเห็นหุ่นที่นั่งเหมือนคนกำลังนั่งเล่นอยู่เต็มไปหมดแบบนี้ เพราะหากคนที่ไม่เคยทราบมาก่อนผ่านแล้วเห็นอาจตกใจกลัวจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ 

         อย่างไรก็ดี หุ่นที่วางไว้ข้างถนนนั้นในความเป็นจริงก็แค่มีคนต้องการขายสินค้าแต่ไม่มีที่จะวางขายให้ดูดีเท่านั้นเอง ถ้าเรื่องนี้มีการร้องเรียนออกไปลุงเจ้าของหุ่นคงต้องมีการหาที่หาทางเพื่อนำหุ่นไปวางขายให้เปิดกิจจะลักษณะมากกว่านี้  เพื่อป้องกันคนที่ผ่านไปมากลัว

 

ขอขอบคุณที่มาของบทความจากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Read More

เป็นข่าวดังเมื่อหลายวันมานี้ คดีสะเทือนขวัญฆาตรกรต่อเนื่องนายสมคิดพุ่มพวง นักโทษที่ติดคุกคดีฆ่าคนตาย 5 คนภายในปีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 นายสมคิดพุ่มพวงถูกตำรวจจับกุมเพราะได้ทำการฆ่าคนตาย ที่น่าแปลกใจเหยื่อที่ถูกฆ่าตายทุกคนล้วนแต่เป็นผู้หญิงและทำอาชีพเป็นหมอนวดกับนักร้องคาเฟ่ หลังถูกจับกุมสมคิดถูกศาลตัดสินประหารชีวิตแต่เพราะเค้ารับสารภาพโทษจึงลดลงเหลือแค่ให้จำคุกตลอดชีวิต พอได้เข้าไปอยู่ในคุกสมคิดก้อประพฤติตัวดีจนได้เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

ทั้งยังได้รับการอภัยโทษทำให้จากจำคุกตลอดชีวิตกลายเป็นว่าเค้าต้องโทษแค่14ปีเท่านั้น และเมื่อเดือนพฤษภาคมปี2562 เค้าก้อพ้นโทษกลับมาใช้ชีวิตข้างนอกคุกอีกครั้ง วันที่ 15 ธันวาคม 2562 ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนถูกฆ่าตาย และสืบทราบว่าคนร้ายที่ลงมือคือนายสมคิดพุ่มพวง นี้คือเหยื่อรายที่ 6  เป็นผู้หญิงและทำอาชีพแม่บ้านโรงแรม

เพียงไม่กี่วันตำรวจตามจับกุมสมคิดพุ่มพวงได้บนรถไฟ เพราะมีพลเมืองดีที่เป็นเด็กนักเรียนแอบถ่ายรูปแล้วส่งให้ตำรวจ หลังจากถูกจับกุมสมคิดไม่ได้มีอาการสลดหรือสำนึกผิดใดๆในการกระทำของเค้าทั้งสิ้น แถมเค้ายังบอกอีกด้วยเค้ามีความสุขดีไม่ได้เครียดหรืออะไรทั้งนั้น

จากเรื่องที่ได้เล่ามาข้างต้น

อยากเตือนผู้หญิงหลายๆคนว่าเวลาที่เราจะคบใครจะไว้ใจใครเราควรจะดูให้ดีก่อน อย่างคดีสมคิดพุ่มพวงผู้หญิงทั้ง6คนที่ถูกเค้าฆ่าตายทุกคนล้วนคบกับเค้าในฐานะแฟนในฐานะคนรักรายล่าสุดเจอกันผ่านเฟชบุ๊คแค่สองเดือนตกลงปลงใจคบหากัน และตอนนั้นสมคิดก้อมีแฟนที่อยู่ด้วยกันอยู่แล้วที่ระยอง

ก่อนที่เราจะตัดสินใจคบหาดูใจจนถึงขั้นแต่งงานควรศึกษาเค้าให้ดีว่าประวัติเค้าเป็นยังไง พ่อแม่ญาติพี่น้อง ภูมิลำเนาเป็นคนที่ไหน อย่ารีบด่วนเลือกให้ใช้เวลาเรียนรู้นิสัยกันให้ดีก่อนจะมานั่งเสียใจภายหลัง

ส่วนที่เกี่ยวกับคดีหลังจากนี้อยากให้ศาลตัดสินให้ประหารชีวิตสมคิดไปเลย

เพราะถ้าหากวันหนึ่งเค้าพ้นโทษออกมาคาดว่ามันก้อจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก สมคิดน่าจะมีจิตไม่ปกติไม่ก้อวิปริตเพราะคนอะไรสามารถฆ่าคนตายได้ไม่รู้สึกผิด แลดูเหมือนเค้าจะมีความสุขที่ได้เห็นเหยื่อทั้ง6คนถูกเค้าฆ่าตายด้วยซ้ำ กฎหมายไทยบางข้อต้องถูกพิจารณาให้แก้ไข อย่าไปให้โอกาสไอพวกฆาตกรต่อเนื่องแบบนี้อีกเลย

ถ้ามันถูกปล่อยตัวออกมามันก้อจะหาเหยื่อใหม่มาฆ่าอีกคิดว่ายังไงมันก้อกลับมาเป็นคนดีในสังคมไม่ได้หรอก

 

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

Read More

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งให้มาช่วยจับงูออกจากห้องเช่าให้หน่อยเพราะว่ามีงูเห่าเลื้อยเข้ามาในห้อง

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปถึงก็เห็นลูกงูเห่านอนขดอยู่ในร้องเท้าของเด็กจึงได้จับไปปล่อยในป่าให้งูได้ชีวิตตามธรรมชาติ จากการสอบถามเจ้าของห้องเช่าได้ให้ข้อมูลกับกู้ภัยว่า เมือคืนขณะที่ปิดไฟในห้องเรียบร้อยแล้ว ลูกชายอายุ 10 ขวบยังไม่ได้หลับเพราะนอนเล่นเกมที่มือถืออยู่  ได้มาบอกว่ามีตัวอะไรเลื้อยอยู่บนตัวก็ไม่รู้จึงได้เอามือปัดออก

และเมื่อเปิดไฟดูพบว่าเป็นงูเลื้อยเข้ามาในบ้าน แต่ตามหาเพื่อจะจับออกไปทิ้งหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จึงได้พากันนอนต่อเพราะคิดว่างูอาจจะเลื้อยไปที่อื่นแล้ว แต่พอตอนเช้าลูกชายวัย 10 ขวบตื่นมาจะไปใส่รองเท้าก็พบว่างูขดตัวนอนอยู่ในรองเท้า และในบ้านเช่านี้ก็มีแต่ผู้หญิงจึงได้โทรตามกู้ภัยมาช่วยจับให้ 

จากเรื่องงูเลื้อยเข้าบ้านคนจะมีการพบเจอกันอยู่บ่อยๆ บางครั้งไปแอบซ่อนตัวอยู่บนคานบ้าน บางครั้งไปแอบขดตัวอยู่หลังแอร์

          หรือบางที่ขดตัวในห้องน้ำ หรือในชักโครกก็มี และเคยมีคนเข้าห้องน้ำแล้วถูกงูฉกที่ก้นมาแล้วหลายราย ยิ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น งูจึงออกมาหาความอบอุ่น ส่วนมากก็จะมาอาศัยขดตัวแอบนอนในรองเท้า กองผ้าขี้ริ้ว กองผ้าห่ม ดังนั้นก่อนที่เราจะใช้งานควรมีการตรวจสอบให้เรียบร้อยเสียก่อนว่ามีตัวอะไรมาหลบซ่อนอยู่หรือไม่เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเรา

          นอกจากงูแล้วยังอาจมีตะขาบ และแมงป่อง ซึ่งสัตว์ต่างๆเหล่านี้มีพิษร้าย สามารถกัดหรือต่อยคนแล้วทำให้ตายได้ อย่างในข่าวแจ้งว่าเป็นลูกของงูเห่า แต่งูเห่านั้นเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง กัดคนแล้วตายได้ถ้าไปฉีดเซรุ่มรักษาไม่ทันดังนั้น ถึงจะเป็นแค่ลูกงู ก็สามารถกัดเราตายได้เช่นกัน

          ข่าวนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนระมัดระวัง รักษาความสะอาดของห้อง ของบ้านให้ดี หากมีจุดไหนที่งูคิดว่าเข้าไปซ่อนตัวได้แล้วปลอดภัยคนไม่เห็น งูเหล่านั้นก็จะมาอาศัย หรือแม้แต่ใต้ใบไม้แห้งก็ยังมีงูใบอาศัยอยู่ได้

ดังนั้น ควรมีการกวาดใบไม้เก็บขยะเก็บกวาดบ้านให้สะอาด ก่อนเข้าห้องน้ำให้กดชักโครกก่อน 1 ครั้งและควรหาอะไรมาปิดตามท่อน้ำทิ้งเพื่อเพื่อกันงูเลื้อยเข้ามาในบ้านตามท่อน้ำทิ้งได้ และหากต้องออกนอกบ้านก่อนใส่รองเท้าควรมีการตรวจตราเสียก่อนว่ามีตัวอะไรมาซุกนอนในรองเท้าของเราหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของเราและคนในครอบครัว 

Read More

การเดินทางท่องเที่ยวที่สะดวกที่สุด เห็นจะไม่พ้นการเดินทางโดยเครื่องบิน เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาได้เยอะแล้ว ยังสะดวกรวดเร็วที่สุดอีกด้วย

และมาตรฐานเวลาก็เดินทางก็มักจะเที่ยงตรงที่สุดถ้าเทียบกับการเดินทางแบบอื่น (อันนี้นับเฉพาะในบ้านเรา เพราะถ้าเป็นในต่างประเทศ รถไฟ รถเมล์ ก็ตรงเวลาดีอยู่ทีนี้หลายๆท่านเองก็ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน ก็อาจจะประหม่า ตกใจทำอะไรไม่ถูกได้ ทีนี้

เรามีข้อแนะนำดีๆมานำเสอนว่าเราควรเตรียมตัวขึ้นเครื่องอย่างไรบ้าง เพื่อให้ไม่โก๊ะ ไม่เขิล ขึ้นเครื่องได้แบบชิลๆ แน่นอน

  • ขั้นแรกที่สุดเลยก็คือหาข้อมูล จองตั๋ว และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง

ถ้าเราไม่จองตั๋วก็คงไม่ได้เดินทางกันแน่นอน เมื่อจองตั๋วชำระเงินเรียบร้อย ให้ตรวจสอบให้ดีว่าเป็นการเดินทางสนามบินดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิ เพราะถ้าไปขึ้นผิดที่มีตกเครื่องแน่นอน และควรเผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ทั้งรถติด ทั้งต่อแถวเช็คอิน ไม่มีอะไรที่แน่นอนแน่ๆ

รายละเอียดการเดินทางเมื่อเราไปเช็คอิน จะได้หน้าตั๋วมา ที่เรียกกันว่า Boarding Pass ทีนี้ข้อมูลที่เราควรจำหลักๆก็คือ Boarding Time คือเวลาขึ้นเครื่อง ไม่ควรเลท หรือถ้าไม่ทันจริงๆ เลทได้ 5 นาทีอย่าเกินกว่านั้นเพราะว่าทางสายการบินต้องเช็คผู้โดยสารและเตรียมออกบิน ซึ่งเวลาที่เครื่องจะ take off บินออกนั้นก็คือ Departure Time นั่นเอง หากเลทเกินกว่านี้ก็ตกเครื่องซื้อตั๋วใหม่แน่นอน

  • ถ้าเป็นไปได้ให้ใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะน้อยที่สุด

ก่อนเราจะได้เข้าไปในส่วนภายในสนามบินนั้น ต้องมีการสแกนตัว สแกนข้าวของ กระเป๋าก่อนเข้าไป ซึ่งหากเราใส่ชุดที่มีโลหะเยอะ เราก็ต้องถอดออกมาทีละชิ้นแล้วผ่านเครื่องสแกนไป แล้วค่อยแต่งตัวใส่ใหม่ ซึ่งนั่นจะเสียเวลาถอดเข้าถอดออกอยู่พอสมควร แต่หากเราแต่งตัวที่มีโลหะน้อย เช่นรองเท้าผ้าใบ กางเกงวอร์ม แล้วนั้น จะประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้มากเลยทีเดียว

  • การเก็บสัมภาระบนเครื่อง

บนเครื่องบินการเก็บสัมภาระให้เก็บไว้บนตู้เหนือหัวของท่าน แต่หากเป็นชิ้นไม่ใหญ่แล้วเราอยากเก็บไว้ใกล้ตัวแล้วล่ะก็ ทำได้โดยวางไว้ตรงใต้ที่นั่งเรานั่นเองโดยต้องสอดไปให้สุดใต้ที่นั่ง อย่ามาวางแถวๆเท้าหรือตรงที่นั่งอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะโดนแอร์โฮสเตส เตือนแล้วเราก็ต้องเก็บไว้ใต้ที่นั่งอยู่ดี

  • ปิดเครื่องมือสื่อสาร หรือเปิดโหมดเครื่องบิน

เรื่องนี้หลายๆคนละเลย แต่ควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย คือปิดเครื่องมือสื่อสาร มือถือ ตอนก่อนเครื่อง Take off และก่อนเครื่อง Landing จอดตอนถึงที่หมาย

Read More

การไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ เดินทางทั้งทีก็ต้องมีหลายวันกันบ้าง คงไม่มีใครเดินทางไปกลับเชียงใหม่ภายในวันเดียวใช่ไหมครับ ไม่งั้นคงเหนื่อยมากแน่ๆ หรือไม่ก็เท่ากับไม่คุ้มค่ารถ หรือเวลาที่เสียไปในการเดินทางแน่ๆ

ในเมื่อการเดินทางมีหลายวัน เราก็ต้องมีการตระเตรียมกระเป๋าสัมภาระ ของใช้ที่จำเป็นกันหน่อย

เพื่อให้การเที่ยวของเรานั้นราบรื่น กาจัดกระเป๋าสัมภาระนั้น ถ้าจัดดีๆจะจุของได้มาก และทำให้เราหยิบของใช้ที่จำเป็นได้ง่าย ไม่ต้องรื้อเละเทะ ไม่ต้องพกกระเป๋าอีรุงตุงนังหลายใบอีกด้วย

  • ขั้นแรกเลยให้จดรายการออกมาก่อน

การจดรายการของที่จำเป็นออกมาเสียก่อน เป็นการวางแผนที่ดี เพื่อที่เวลาเราหยิบจับของอะไรจะได้รู้ และจะได้ทำให้ไม่ลืมของที่สำคัญที่ต้องออกไปด้วย อีกทั้งยังช่วยสกรีนของที่ไม่จำเป็นออกไป เพราะการจดออกมา เราจะเห็นภาพใหญ่ก่อนจัดของ แล้วจะรู้ว่าอันไหนของสำคัญ อันไม่สำคัญ และอย่าลืมติ้กถูกอันที่จัดเข้ากระเป๋าไปแล้วด้วย

  • สำรวจตู้เสื้อผ้าให้ดี

บางครั้งเราอาจมีเสื้อผ้าบางตัวที่หลงลืมไป เก็บเอาไว้นาน การเลือกและสำรวจตู้ให้ดี จะทำให้มีโอกาสนำเสื้อผ้าเหล่านั้นกลับมาใช้ และเป็นโอกาสจัดเสื้อผ้าให้เข้ากับสถานที่ที่จะไปอีกด้วย และที่สำคัญ ถ้าหากเราไปเที่ยวนานเกินกว่า 1 สัปดาห์ เราไม่ต้องจัดเสื้อผ้าจนเต็มกระเป๋า แค่จัดประมาณ 1 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ต้องมีการซักผ้ากันบ้าง ซึ่งค่าซักผ้าก็คงไม่กี่บาท คุ้มค่ากว่าการแบกกระเป๋าหนักๆ หรือขึ้นเครื่องที่น้ำหนักเกินเกณฑ์แล้วต้องจ่ายเพิ่มอย่างแน่นอน

  • จัดของจำเป็น และสำคัญก่อน

หลายๆครั้งเราจะมีของที่ต้องเอาไปเพื่อไว้บ้าง เช่น ร่มเผื่ออฝนตก โน๊ตบุ๊คเผื่อทำงาน จอยเกมส์เผื่ออเล่นเกมส์ หนังสือเผื่อนั่งอ่าน ไม่ใช่ว่าการเตรียมของเผื่อไว้จะไม่ดี แต่ว่าให้เตรียมไว้เป็นอย่างสุดท้าย แต่ให้แพคของจำเป็นและสำคัญก่อน มิฉะนั้น กระเป๋าของท่านอาจเต็มก่อนใส่ของสำคัญก็เป็นไปได้

Read More

ซลาตัน อีบราฮีมอวิช (Zlatan ibrahimovic)

เกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1981 เป็นชาวสวีเดน

เชื้อสายบอสเนียและโครเอเชียสูง 195 ซม.

เริ่มค้าแข้งกันมัลโม่ที่บ้านเกิด และได้ย้ายไม่สร้างชื่อต่อที่ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัมที่ฮอลแลนในปี 2001 ฟอร์มการเล่นที่ผ่านมา  ซลาตัน อีบราฮีมอวิช ทำได้ยอดเยี่ยมมาก จึงทำให้สโมสร ยูเวนตุส ทุ่มเงินถึง 16 ล้านยูโร ดึงตัวเขาเช้ามารวมทีม ให้ปี 2004

หลังจากนั้นสโมสร ยูเวนตุส ถูกปรักตกชั้นไปเซเรีย บี ในปี 2006 หลังโดนข้อหาพัวพันวงการพนัน ทำให้เอเยนต์ของเขา เลือกที่จะให้เล่นกับทีมอื่นแทน และเขาก็ได้ไปเล่นกับทีม อินเตอร์ มิลาน ในระยะเวลา 3ปี เขาได้ลงเล่นและทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว จากการลงสนาม 88 นัท ซลาตัน อีบราฮีมอวิช สามารถทำประตูได้ถึง 57 ประตู ทำให้บาร์เซโรนารียดึงตัวมาร่วมทีม แต่ทว่า ซลาตัน อีบราฮีมอวิช มีสไตล์การเล่นเป็นของตัวเองทำให้ไม่ค่อยเข้ากับทีมบาร์เซโลนาได้ซักเท่าไหร่

ทำให้ผลงานออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต่อมาเขาจึงถูกส่งตัวให้เล่นกับทีม เอซีมิลาน ในฐานะยืมตัว ก่อนที่จะเซ็นสัญญาถาวรในปี2011

ปัจจุบันเล่นตำแหน่งก่อนหน้าตัวเป้า ในระดับทีมชาติ ซลาตัน อีบราฮีมอวิช เคยติดทีมชาติสวีเดน หลังจากได้ลงเล่นครั้งแรกปี 2001 และเป็นกัปตันในปี 2010 จนประกาศยุติการเล่นทีมชาติในปี 2016 และเป็นเจ้าของสถตีให้ทีมชาติสวีเดนได้ถึง 50 ประตู

ประวัติการเล่น

1999-2001 มัลโม่ ลงเล่น 40 นัท 16 ประตู

2001-2004 อาแจ็กซ์ ลงเล่น 74  นัท 35 ประตู

2004-2006 ยูเวนตุส ลงเล่น 70 นัท 23 ประตู

2006-2009 อินเตอร์มิลาน ลงเล่น 88 นัท  57 ประตู

2009-2011 บาร์เซโลนา ลงเล่น 29 นัท 16 ประตู

2010-2011 มิลาน(ยืมตัว) ลงเล่น 29 นัท 14 ประตู

2011-2012 มิลาน ลงเล่น 32 นัท 28 ประตู

2012-2016 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ลงเล่น 122 นัท 113 ประตู

2016-2018 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลงเล่น 33 นัท 17 ประตู

2018 แอลเล แกลักซี ลงเล่น 44 นัท 38 ประตู

ทีมชาติ

1999 สวีเดน อายุไม่เกิน 18 ปี ลงเล่น 4 นัท 1 ประตู

2011 สวีเดน อายุไม่เกิน 21 ปี ลงเล่น 7 นัท 6 ประตู

2001-2016 สวีเดน ลงเล่น 116 นัท 62 ประตู

Read More

ข่าวไหนที่ว่าดังต้องหลบให้กับข่าวแชร์แม่มณี เพราะตอนนี้กระแสของนางมาแรงเกินข่าวไหนๆ วิธีการทำให้คนหลงเชื่อวางใจกับการนำเงินมาลงทุน คือทำให้เหยื่อตายใจโดยการที่โอนเงินหลอกลวงถึงผลตอบแทนในอัตราสูงและผลตอบแทนให้ตามที่ได้อ้างไว้ก่อน
เมื่อเหยื่อหลายๆคนเห็นว่าได้เงินและผลตอบแทนจริงก็ลงทุนเพิ่มอีกพอเหยื่อหลายๆคนเห็นว่าได้เงินจริงและได้มีการบอกต่อกันปากต่อปากทำให้ขยายวงกว้างมากขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในระบบมากมายมหาศาลพอหลังๆมาก็เริ่มออกลายจนลูกแชร์ไม่ได้รับเงินคืน
แม่มณีก็อ้างว่าตัวเองได้นำเงินไปขึ้นกับธนาคารต่างสาขาในต่างประเทศ

ทำให้ยังเคลียร์ยอดไม่ได้ ผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆจนเหยื่อหลายๆคนเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอกและทนไม่ไหวจึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแม่มณีได้ออกมาอ้างว่าตัวเองไม่ได้โกงจะเคลียร์เงินให้ทุกคนแต่ที่ยังเคลียร์ไม่ได้เพราะบัญชีถูกทางธนาคารอายัดก่อนที่จะเงียบหายไป

 

และออกมาโพสขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีปัญหาหลายด้านต่อมาก็มีคนค้นพบว่ายังมีกลุ่มแชร์กลุ่มเล็กที่จังหวัดอุดรธานีของแม่มณียังมีการโอนเงินกันได้ตามปกติหลายคนจึงรู้ว่าที่แม่มณีบอกว่าบัญชีของตนโดนทางธนาคารอายัดก็ไม่เป็นความจริง

ทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆก็ออกมาประกาศว่าจะฟ้องแม่มณีที่ได้นำชื่อไปแอบอ้างแม่มณณีจึ่งเริ่มลบสถานีโทรทัศน์ต่างๆที่เคยอ้างว่าตัวเองเป็นผู้จัดออกจากเฟซบุ๊กถาวรเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562ก็พบว่าแม่มณีได้ทำการเช็คอินทางโรงแรมในบ่อนปอยเปตกัมพูชาและก็ปิดโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้อีกเลย

มีผู้เสียหายบางคนของกลุ่มแชร์แม่มณีได้โพสต์เฟซบุ๊กกรีดหน้าตัวเองและขู่จะฆ่าตัวตายหากไม่ได้รับเงินคืนเพราะเงินที่ตัวเองลงไปคือเป็นเงินเก็บทั้งชีวิตที่ตัวเองมีและก็เริ่มมีผู้เสียหายที่โดนกลุ่มแชร์แม่มณีโกงไปได้เดินทางเข้าแจ้งความอย่างต่อเนื่อง และในโซเชียลออนไลน์ก็ได้เริ่มมีการขุดคุ้ยประวัติมีการออกมาแฉกลุ่มแชร์แม่มณีกันอีกเป็นจำนวนมากและมีผู้เสียหายหลักหลายร้อยคนเดินทางมาแจ้งความเอาผิดแม่มณีแล้ว

 

ขอขอบคุณบทความข่าวข้างต้นซึ่งที่มาได้นำข้อมูลมาจาก เฟสบุ๊ค

Read More

 

ชำแหละข่าวร้อน

ได้อ่านข่าวจาก www.kapook.com ประจำวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เรื่องที่ผู้ปกครองคนหนึ่งส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน ( เป็นการเรียนสองภาษา)
เพราะต้องการให้ลูกมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษมากขึ้น น้องอายุเพียง 5 ขวบ แต่ถูกคุณครูตี จนแขนเขียวช้ำ เพราะคุณครูบอกกับน้องว่าน้องโง่ไม่สามารถตอบคำถามครูได้

จากเหตุการณ์ที่น้องเจอทำให้น้องกลัวการไปโรงเรียนเพราะกลัวครุตี คำพูดของน้องที่เล่าเรื่องที่ครูตีให้คุณแม่ฟัง ได้อ่านแล้วน่าสงสารมาก เด็กน้อยบอกกับคุณแม่ว่าครุบอกว่าหนูไม่มีสมอง แต่เด็กน้อยก็ชี้ที่หัวของตัวเองให้แม่ดูและบอกกับแม่ว่า หนูก็มีสมอง
สมองหนุอยู่ตรงนี้ ประโยคที่เด็กน้อยอายุแค่ 5 ขวบพูดนี้

ใครเป็นแม่ถ้าได้ฟังก็คงน้ำตาไหล เด็กน้อยอายุแค่ 5 ขวบเอง ไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรง เพียงแค่ตอบคำถามครูไม่ได้ ทำไมครูต้องต่อว่าเด็กด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ซึ่งมันเป็นการสร้างปมในใจให้กับเด็ก แถมยังมีการลงโทษเด็กด้วยการตีจนแขนเขียวช้ำ และยังอ่านไปเจออีกว่าเมื่อผู้ปกครองไปคุยกับทางโรงเรียน

 

ทางผู้อำนวยการโรงเรียนก็ออกมาขอโทษ

จะนำกระเช้าไปขอโทษ และแจ้งว่าจะลงโทษครูที่ทำความผิดด้วยการให้ครูที่ทำความผิด ลาออกจากโรงเรียนภายใน 30 วัน แต่เมื่อครบ 30 วันแล้ว ทางคุณแม่มีการโทรไปสอบถามถึง คุณครูคนนั้นก็ยังไม่ได้มีการลาออกเลย เหมือนกับว่าโรงเรียนไม่สนใจรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่จริงแล้วข่าวคุณครูทำร้ายเด็กเกินกว่าเหตุมีให้อ่านเรื่อยๆเหตุการณ์ครูทำร้ายเด็กนักเรียนไม่สมควรจะมีด้วยซ้ำไป จริงๆคนที่จะมาเป็นครูควรจะต้องเป็นคนที่รักเด็ก และเป็นคนใจเย็น เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนเรียนช้า บางคนสอนนิดเดียวก็ทำได้แล้วพ่อแม่ต้องเสียเงินแสนแพงให้กับโรงเรียนก็เพราะหวังว่าทางโรงเรียนจะมีการดูแลลูก
ของตนเองให้ดี จึงยอมจ่ายเงินแพงๆเพื่อมาเรียนกับโรงเรียนเอกชน แทนที่จะให้ลูกเรียนโรงเรียนรัฐบาล นอกจากปัญหาครูทำร้ายเด็กนักเรียนแล้ว ที่ยังพบเรื่อยๆอีกเรื่องหนึ่งคอปัญหาครุผู้ชาย ทำอนาจารเด็ก

อันที่จริงโรงเรียนควรจะมีวิธีการป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้แล้วไม่ใช่ปล่อยให้เกิดปัญหาแบบนี้ซ้ำๆพ่อแม่ควรจะได้วางใจได้แล้วว่านอกจากบ้านที่เป็นที่ปลอดภัยสำหรับลูกแล้วโรงเรียนก็จะยังเป็นอีกที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กด้วยล่าสุดข่าวมีข่าวออกมาว่าครูที่ทำความผิดได้ลาออกแล้วคุณครูคนนั้นถ้าได้ไปสอนที่โรงเรียนอื่นคงไม่ไปทำร้ายเด็กคนไหนอีก

 

ขอขอบคุณสำหรับแหล่งที่มาของข้อมูล kapook.com

Read More