เดือน: พฤษภาคม 2020

           ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีหญิงสาวชาวอเมริกันถูกข่มขืนซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เกาะพะงัน  โดยทางหญิงสาวชาวอเมริกันยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเธอสามารถจำใบหน้าของคนร้ายได้เป็นอย่างดีเพราะเธอจำได้ว่าคนร้ายเป็นคนงานที่มาทำงานอยู่ในบังกะโลที่พักที่เธออาศัยอยู่ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการเข้าไปทำการตรวจสอบพื้นที่และสามารถจับตัวคนร้ายมาได้จำนวน 2 คน

โดยคนร้ายทั้ง 2 คนนั้นเป็นพนักงานรับติดตั้งเฟอร์นิเจอร์โดยเดินทางมาพร้อมกับหัวหน้างานเพื่อมาติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ให้กับบังกะโลที่สาวชาวอเมริกันเข้าพักซึ่งคนร้ายทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าในวันเกิดเหตุทั้ง 2 คนได้เดินผ่านหน้าประตูห้องพักของจากอเมริกาและพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อคซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าหญิงสาวนอนเล่นอยู่บนเตียงจึงได้ทำการลงมือข่มขืนโดยผู้ลงมือข่มขืน ชื่อว่านายพงศธรส่วนอีกคนนึงนั้นอำนาจที่เป็นคนดูต้นทางยืนรออยู่ที่หน้าประตูและเมื่อนายพงศธรข่มขืนสาวชาวอเมริกันเสร็จเรียบร้อยก็พากันเตรียมตัวที่จะหลบหนี

โดยกำลังจะขึ้นเรือหนีออกจากเกาะพะงันแต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ได้เสียก่อนส่วนทางด้านหญิงสาวชาวอเมริกันก็ได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าเธอเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อมาพักผ่อนที่บังกะโลแห่งนี้โดยเธอมากับแฟนซึ่งเป็นคนไทยแต่ณ  ตอนเกิดเหตุนั้นแฟนชาวไทยของเธอออกไปทำธุระข้างนอก ซึ่งเธออยู่ห้องพักคนเดียว

และเธอไม่ได้ล็อคประตูห้องเนื่องจากคิดว่าไม่มีอะไรและคิดว่าหากแฟนกลับมาก็สามารถเปิดประตูเข้ามาได้เลยและในขณะที่หญิงสาวกำลังนอนเล่นอยู่ในห้องนั้นก็ได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาในห้องและลงมือข่มขืนเธอซึ่งในครั้งแรกเธอนึกว่าเป็นแฟนหนุ่มแต่ต่อมาจึงรู้ว่าไม่ใช่แล้วเมื่อคนร้ายข่มขืนเสร็จก็ได้พากันหลบหนีไปเธอจึงได้มาติดต่อแจ้งความที่สถานีตำรวจเกาะพะงันเพื่อให้ติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ 

         เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมากซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยกำลังไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวเศรษฐกิจประเทศไทยกำลังย่ำแย่เพราะอากาศนักท่องเที่ยวเนื่องจากสาเหตุของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่กลับมีประชาชนที่มีนิสัยเลวบางพวกมาก่อเหตุสร้างความเสื่อมเสียให้กับคนไทยและประเทศแล้วอย่างนี้นักท่องเที่ยวที่ไหนแต่อยากเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยเพราะไม่มีความปลอดภัยกับชีวิตของตนเองเลยคนร้ายทั้งสองคนควรจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่นต่อไป 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  holiday palace

Read More

          คงไม่มีใครไม่รู้ข่าวลูกชายวัย 20 ปีก่อเหตุฆ่าแม่แท้ๆของตัวเองภายในบ้านและอำพรางศพด้วยกันตัดชิ้นส่วนแช่ไว้ในตู้เย็นและบางส่วนหั่นเป็นชิ้นๆทิ้งลงชักโขรก ซึ่งข่าวนี้เป็นข่าวดังครึกโครมมาหลายวันแล้ว

โดยผู้ก่อเหตุเมื่อฆ่าแม่เสร็จแล้วก็ยังอาศัยอยู่ในบ้านไม่ได้หนีไปไหน จนเพื่อนๆของแม่มาตามหาแม่ที่บ้าน พยายามเข้ามาค้นในบ้านเพราะเห็นรถยนต์ของผู้ตายจอดอยู่ซึ่งมั่นใจว่าผู้ตายไม่ได้ไปไหนแน่ๆ และก็จริงตามคาดเมื่อเพื่อนๆของผู้ตายพบอวัยวะของผู้ตายในตู้เย็น ซึ่งในขณะเดียวกันลูกชายคนที่ก่อเหตุฆ่าแม่ตัวเองก็ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

          จากข่าวนี้เป็นข่าวที่สะเทือนขวัญและสะเทือนใจใครหลายๆคนมาก โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่ทั้งหลาย ที่เฝ้าเลี้ยงดูลูกอย่างดีตั้งแต่อยู่ในท้อง แต่สุดท้ายต้องมาตายด้วยฝีมือของลูกตัวเอง ตามกระแสข่าว มีหลายคนที่ไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าแม่ตัวเองลง หรือไม่น่าจะลงมือฆ่าแม่ตัวเองคนเดียว รวมถึงข้อมูลผู้ก่อเหตุถนัดมือซ้ายถนัดมือขวา แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ตำรวจที่เป็นเจ้าของคดีได้ยืนยันออกมาแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นลูกชายจริงๆ โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด

          จากการติดตามข่าวดูเหมือนว่าลูกชายที่เป็นผู้ก่อเหตุจะมีปัญหาทางจิต ที่อยู่ระหว่างการรักษาตัว จากการติดตามข่าวมาได้สักพักจะเห็นได้ว่ามีหลายข่าวมากที่ผู้ก่อเหตุเป็นคนใกล้ตัวที่เป็นฆาตกรที่ฆ่ากันเอง และที่สำคัญมักระบุว่าเป็นผู้ป่วยทางจิตที่อยู่ระหว่างการรักษาแต่ลืมกินยาหรือหยุดยา ทำให้อาการกำเริบ  สำหรับปัญหาแบบนี้ มีมาไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อไหร่ที่จะมีมาตรการดูแลผู้ป่วยทางจิตที่ดีกว่านี้ เราควรแยกผู้ป่วยเหล่านี้ ออกไปรักษา ณ โรงพยาบาลที่เขาเปิดรับรักษาได้สักทีได้หรือยัง ที่ยังมีข่าวฆ่ากันตายอยู่ทุกวันนี้เพราะคนเรามีอาการทางจิตกันเพิ่มมากขึ้น อาจจะมาจากความเครียดทั้งปัญหาการเรียน การทำงาน คนบางคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองเครียดจนมีอาการทางจิต มารู้ตัวเมื่ออาการแสดงออกด้วยการฆ่าคนอื่น

หรือฆ่าตัวเองตายแล้วเท่านั้น ด้วยช่วงนี้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเงินมีผลทำให้คนเป็นโรคเครียดกันเยอะ ดังนั้น เราควรสำรวจตัวเอง หรือคนในครอบครัว เพื่อนฝูงและคนใกล้ตัวของเราว่ามีใครมีอาการที่ผิดปกติไปจากเดิมบ้าง เช่นหงุดหงิดง่าย โวยวายง่าย หรือมีอาการซึมเศร้า ไม่สนใจเข้ากลุ่มมาคุยกันเหมือนเมื่อก่อน พยายามแยกตัวออกไปอยู่คนเดียว หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพาเขาไปพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการทางจิต จะได้รีบรักษาทัน จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนที่เป็นข่าวอย่าง ณ ปัจจุบันนี้ 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Sexy Gaming

Read More

ข่าวภาพถ่ายสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ไวรัสโควิด -19  ระบาด อย่างกับเป็นสนามบินร้าง

               กรรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด ( มหาชน )  ได้มีการถ่ายรูปภาพ ภายในบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิในตอนนี้ที่อยู่ในช่วงที่ประเทศไทยยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าตั้งแต่ก่อตั้งสนามบินมา ที่สนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้จะหนาแน่นไปด้วยคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองไทย

และคนไทยก็เดินทางออกไปต่างประเทศ ผู้คนเดินกันควักไขว่าภายในบริเวณสนามบิน แถวรถแท็กซี่ยังแทบจะมีไม่พอที่จะรับผู้โดยสาร แต่มาตอนนี้   นาย นิตินัย  ศิริสมรรถการ  กรรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของ  ทอท. กลับต้องมาเจอกับสภาพความเงียบเหงาภายในสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ซึ่งหลังจากภาพนี้เผยแพร่ออกมา ผู้คนต่างก็มีการแชร์ภาพสถานที่อื่นอื่นในประเทศไทยเพิ่มเติมเข้ามาอีก ตอนนี้ไม่ใช่แค่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น ทุกสนามบินภายในประเทศไทยต่างก็เงียบเหงาเหมือนกันสนามบินร้างกันแทบทั้งสิ้น แถมแหล่งท่องเที่ยว หรือแหล่งที่ผู้คนมักจะมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น อย่างสยามพารากอน  หรือที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ต่างก็เงียบแลดูร้างเหมือนสถานที่รกร้างไม่ต่างกัน

      สาเหตุที่สถานการณ์เป็นแบบนี้เพราะว่าประชาชนเริ่มกลัวการออกนอกบ้าน เพราะหลายคนที่กลับมาจากต่างประเทศมักจะไม่ยอมกักตัวเองอยู่กับบ้าน 14 วันตามที่มีมาตรการกำหนดเอาไว้เพราะความเห็นแก่ตัวของคนเหล่านั้น และคนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มักจะเดินทางไปยังในสถานที่ที่มีคนอยู่เยอะเยอะ เช่นตามห้างสรรพสินค้า ตามร้านอาหาร ตามวัดวาอารามต่างต่าง

ซึ่งในปัจจุบันเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า ใครมืเชื้อไวรัสนี้อยู่ในร่างกายกันบ้างเพราะบางคนร่างกายแข็งแรงอาการก็ไม่ออก กว่าจะรู้ว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เดินทางไปมาหลายที่และมีการแพร่เชื้อให้กับคนอื่นไปแล้วหลายราย ที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยก็คือ ตอนนี้ประชาชนหลายคนเริ่มไม่มีหน้ากากอนามัยใช้แล้วดังนั้นการอยู่กับบ้านจึงเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ดีที่สุด รวมถึงตอนนี้ผู้คนส่วนมากเริ่มมีการตกงานกันมากขึ้น

เพราะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้หลายคนไม่มีเงินที่จะให้ออกมาใช้จ่าย ซึ่งเราจะเห็นว่าถนนหนทางเริ่มที่จะมีการเงียบเหงา รถเริ่มวิ่งบนถนนน้อยลงแล้ว และอีกอย่างช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมของเด็กนักเรียนปกติแล้ว พ่อแม่มักจะให้ลูกไปเรียนพิเศษตามห้างสรรพสินค้าและตามสถานที่ที่เปิดให้เรียนพิเศษแต่ตอนนี้ พ่อแม่กลัวว่าลูกจะติดเชื้อไวรัสโควิด -19  หลายครอบครัวจึงให้ลูกอยู่แต่ในบ้านจึงเป็นสาเหตุให้คนออกมานอกบ้านกันน้อยลง

 

ขอบคุณ  แทงหวยออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

 

Read More

พนักงานแกร็บท้อ ลูกค้าสั่งสินค้าแล้วไม่ยอมจ่ายเงินแถมยังถุยน้ำลายใส่หน้าพนักงานแกร็บอีกด้วย

 พนักงานหนุ่ม Grab ได้มีการโพสต์ข้อความระบายความในใจเกี่ยวกับลูกค้าที่มาใช้บริการโดยเขาพบว่ามีลูกค้ารายนึงพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งเป็นลูกค้าชาวต่างชาติประเทศสวีเดนได้มีการสั่งอาหารให้แกร๊บนำไปส่งเมื่อเข้าไปสั่งสินค้าแล้วนำของไปส่งให้กับลูกค้าว่าลูกค้ามีการจ่ายเงินมาไม่ครบโดยสินค้าอยู่ที่ 653 บาทแต่ลูกค้าจ่ายเงินมาที่ 600 บาทเท่านั้นทำให้หนุ่มแกร๊บคนดังกล่าวได้มีการประสานงานกับทางพนักงานฟอนต์ของโรงแรมให้ช่วยพาไปคุยกับลูกค้าหญิงที่เป็นชาวสวีเดนเพื่อขอเงินเพิ่มเมื่อพากันเดินทางไปถึงห้องของลูกค้า ปรากฏว่าเมื่อเธอเปิดประตูออกมาเธอไม่ได้ใส่เสื้อผ้าออกมาด้วย

และยังยื่นบัตรเอทีเอ็มให้หนูกลับไปกดเงินเพิ่มเอาเองที่สำคัญภายในห้องพักของเธอพบว่าห้องสกปรกเป็นอย่างมากเนื่องจากเธอมาพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้เป็นระยะเวลา 3 วันแล้วและไม่เคยให้พนักงานทำความสะอาดขึ้นไปทำความสะอาดห้องพักของเธอเลย  ซึ่งระหว่างที่มีการพูดคุยตกลงเรื่องของการจ่ายเงินเพิ่มนั้นทางพนักงาน Grab ยืนยันว่าลูกค้าจะต้องเป็นคนไปกดเงินด้วยตนเองพนักงานกลับไม่สามารถนำบัตร ATM ของลูกค้า

ไปกดเงินเองได้ดังนั้นลูกค้าชาวสวีเดนจึงได้มีการสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเดินลงมาด้านล่างพร้อมกับพนักงาน Grab แต่ในระหว่างที่อยู่ด้วยกันในลิฟต์นั้นอยู่ๆลูกค้าก็ถุยน้ำลายใส่หน้าพนักงาน  Grab  และเมื่อเธอถมน้ำลายใส่หน้าพนักงาน Grab แล้วยังบอกอีกด้วยว่าเธอติดเชื้อไวรัส 

ซึ่งนอกจากที่หญิงชาวสวีเดนจะถมน้ำลายใส่หน้าเขาแล้วเมื่อลงมาด้านล่างลูกค้าชาวสวีเดนก็ยังไม่ยอมไปกดเงินมาให้พนักงาน Grab   อีกซึ่งเขาต้องรอเป็นระยะเวลาประมาณเกือบ 20 นาทีแต่หญิงชาวสวีเดนก็ยังไม่ยอมกดเงินมาให้จนพนักงาน Grab ต้องมีการโทรไปแจ้งที่สังกัดว่าลูกค้าจ่ายเงินไม่ครบทางบริษัทต้นสังกัดจึงมีการรับผิดชอบค่าอาหารในส่วนที่พนักงาน Grab ได้จากลูกค้าไม่ครบให้  เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นวันที่ 4 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563  เมื่อเขาเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการขอตรวจหาเชื้อไวรัสว่าเขาติดเชื้อหรือไม่ทางโรงพยาบาลกลับบอกว่ายังตรวจให้ไม่ได้

ถ้าจะตรวจตอนนี้พนักงานหนุ่มจะต้องเป็นคนรับผิดชอบเรื่องของค่าใช้จ่ายเองเพราะว่าจะตรวจให้ฟรีก็ต่อเมื่อมีอาการไข้มาแล้วซึ่งทำให้พนักงาน  Grab คนดังกล่าวต้องมากักตัวเองอยู่แต่ในบ้าน ทำให้เขาต้องเสียรายได้เป็นจำนวนมากเนื่องจากตอนนี้การบริการของแก๊ปกำลังเป็นที่นิยมของลูกค้าเป็นจำนวนมากรายได้ในแต่ละวันทุกคนก็จะได้เป็นค่อนข้างเยอะแต่พนักงานคนนี้กลับต้องมากักตนเอง

เพียงเพราะลูกค้าลูกค้าไม่รับผิดชอบ  สำหรับหญิงสาวชาวสวีเดนคนนี้พบว่ามีพฤติกรรมที่เวลาไปไหนมาไหนไม่ชอบสวมใส่หน้ากากอนามัยและเวลาสั่งอาหารกับพนักงานก็จะไม่ค่อยจ่ายค่าอาหารหรือบางทีก็จ่ายค่าอาหารไม่ครบและที่สำคัญชอบต่อมน้ำลายใส่พนักงานไม่ว่าจะเป็นพนักงานของโรงแรมหรือพนักงานที่ส่งอาหารต่างก็โดนกันมาแล้วหลายคนโดยทางโรงพยาบาลคาดว่าหญิงสาวชาวสวีเดนคนนี้น่าจะมีอาการทางจิต

Read More