เดือน: ธันวาคม 2019

เป็นข่าวที่มีคนใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง ได้เดินทางผ่านไปทางวัดแหลมฟ้าผ่า

ซึ่งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ แล้วพบว่าบริเวณริมถนนสุขสวัสดิ์ มีหุ่นที่ไม่มีหัวนั่งกันอยู่ข้างถนนเต็มไปหมดหลายร้อยตัว  โดยมีการโพสต์กล่าวติดตลกว่า เข้ามากลางคืนมีหลอน ซึ่งมีหลายคนต่างก็เข้ามาพูดคุยบอกเล่าเรื่องราวว่าตนเองก็เคยเดินทางผ่านไปทางนั้นเหมอนกัน และทุกคนต่างก็รู้สักแบบเดียวกันคือ รู้สึกว่าน่ากลัว ส่วนทางเจ้าของหุ่นนั้นเป็นลุงที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น

ลุงมีอาชีพเฝ้าสวนให้กับนายจ้างและอยู่มาวันหนึ่งได้ไปเหมาหุ่นพวกนี้มาจากทางห้างเพื่อเอามาวางขาย ลุงบอกว่าไม่คิดว่าจะมีคนกลัว แต่อาจเป็นไปได้ว่าที่กลัวเพราะตรงบริเวณที่วางหุ่นไฟทางไม่มี  มีเพียงแสงไฟจากที่พักของลุงส่องออกมาสลัวๆ ทำให้คนผ่านไปผ่านมาอาจจะเกิดความกลัวได้ แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีอะไร เพราะนำมาวางขายไว้นานแล้ว จนชาวบ้านแถวนี้ชินกันหมดแล้ว จากแรกๆที่เคยกลัวตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ใกล้กับบริเวณนี้ก็รู้สึกเฉยๆกันหมดแล้ว เพราะไม่ได้มีความอัศจรรย์อะไรเกิดขึ้น

ดูจากสภาพหุ่นและบริเวณที่วางหุ่นก็ดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน

และที่สำคัญหุ่นที่ลงแกนำมาวางอยู่ห่างจากศาลเจ้าแม่พิกุลทองเพียง 20 เมตรเท่านั้นทำให้หลายคนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่รู้สึกว่ามีใครเอาหุ่นเหล่านี้มาวางเพื่อเป็นหุ่นบริวารของเจ้าแม่พิกุลทองหรือไม่ เพราะสังคมไทยจะเน้นเชื่อในเรื่องของสิ่งเร้นลับมาก่อนเป็นอันดับต้นๆ และยิ่งมาเห็นหุ่นเหล่านี้นั่งอยู่ในตอนกลางคืนแถมไฟก็มีแค่สลัวๆ ก็อาจทำให้หลายคนกลัวได้

ซึ่งความกลัวนั้น มักเป็นความเชื่อของแต่ละคน หลายคนกลัวและไม่กล้าที่จะผ่านมาทางนี้แม้แต่ในยามกลางกวัน ทางที่ดีลุงคนจะทำห้องวางหุ่นให้เรียบร้อยเพื่อที่คนที่ผ่านไปมาจะได้ไม่ต้องมองเห็นหุ่นที่นั่งเหมือนคนกำลังนั่งเล่นอยู่เต็มไปหมดแบบนี้ เพราะหากคนที่ไม่เคยทราบมาก่อนผ่านแล้วเห็นอาจตกใจกลัวจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ 

         อย่างไรก็ดี หุ่นที่วางไว้ข้างถนนนั้นในความเป็นจริงก็แค่มีคนต้องการขายสินค้าแต่ไม่มีที่จะวางขายให้ดูดีเท่านั้นเอง ถ้าเรื่องนี้มีการร้องเรียนออกไปลุงเจ้าของหุ่นคงต้องมีการหาที่หาทางเพื่อนำหุ่นไปวางขายให้เปิดกิจจะลักษณะมากกว่านี้  เพื่อป้องกันคนที่ผ่านไปมากลัว

 

ขอขอบคุณที่มาของบทความจากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Read More

เป็นข่าวดังเมื่อหลายวันมานี้ คดีสะเทือนขวัญฆาตรกรต่อเนื่องนายสมคิดพุ่มพวง นักโทษที่ติดคุกคดีฆ่าคนตาย 5 คนภายในปีเดียว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2548 นายสมคิดพุ่มพวงถูกตำรวจจับกุมเพราะได้ทำการฆ่าคนตาย ที่น่าแปลกใจเหยื่อที่ถูกฆ่าตายทุกคนล้วนแต่เป็นผู้หญิงและทำอาชีพเป็นหมอนวดกับนักร้องคาเฟ่ หลังถูกจับกุมสมคิดถูกศาลตัดสินประหารชีวิตแต่เพราะเค้ารับสารภาพโทษจึงลดลงเหลือแค่ให้จำคุกตลอดชีวิต พอได้เข้าไปอยู่ในคุกสมคิดก้อประพฤติตัวดีจนได้เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม

ทั้งยังได้รับการอภัยโทษทำให้จากจำคุกตลอดชีวิตกลายเป็นว่าเค้าต้องโทษแค่14ปีเท่านั้น และเมื่อเดือนพฤษภาคมปี2562 เค้าก้อพ้นโทษกลับมาใช้ชีวิตข้างนอกคุกอีกครั้ง วันที่ 15 ธันวาคม 2562 ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนถูกฆ่าตาย และสืบทราบว่าคนร้ายที่ลงมือคือนายสมคิดพุ่มพวง นี้คือเหยื่อรายที่ 6  เป็นผู้หญิงและทำอาชีพแม่บ้านโรงแรม

เพียงไม่กี่วันตำรวจตามจับกุมสมคิดพุ่มพวงได้บนรถไฟ เพราะมีพลเมืองดีที่เป็นเด็กนักเรียนแอบถ่ายรูปแล้วส่งให้ตำรวจ หลังจากถูกจับกุมสมคิดไม่ได้มีอาการสลดหรือสำนึกผิดใดๆในการกระทำของเค้าทั้งสิ้น แถมเค้ายังบอกอีกด้วยเค้ามีความสุขดีไม่ได้เครียดหรืออะไรทั้งนั้น

จากเรื่องที่ได้เล่ามาข้างต้น

อยากเตือนผู้หญิงหลายๆคนว่าเวลาที่เราจะคบใครจะไว้ใจใครเราควรจะดูให้ดีก่อน อย่างคดีสมคิดพุ่มพวงผู้หญิงทั้ง6คนที่ถูกเค้าฆ่าตายทุกคนล้วนคบกับเค้าในฐานะแฟนในฐานะคนรักรายล่าสุดเจอกันผ่านเฟชบุ๊คแค่สองเดือนตกลงปลงใจคบหากัน และตอนนั้นสมคิดก้อมีแฟนที่อยู่ด้วยกันอยู่แล้วที่ระยอง

ก่อนที่เราจะตัดสินใจคบหาดูใจจนถึงขั้นแต่งงานควรศึกษาเค้าให้ดีว่าประวัติเค้าเป็นยังไง พ่อแม่ญาติพี่น้อง ภูมิลำเนาเป็นคนที่ไหน อย่ารีบด่วนเลือกให้ใช้เวลาเรียนรู้นิสัยกันให้ดีก่อนจะมานั่งเสียใจภายหลัง

ส่วนที่เกี่ยวกับคดีหลังจากนี้อยากให้ศาลตัดสินให้ประหารชีวิตสมคิดไปเลย

เพราะถ้าหากวันหนึ่งเค้าพ้นโทษออกมาคาดว่ามันก้อจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก สมคิดน่าจะมีจิตไม่ปกติไม่ก้อวิปริตเพราะคนอะไรสามารถฆ่าคนตายได้ไม่รู้สึกผิด แลดูเหมือนเค้าจะมีความสุขที่ได้เห็นเหยื่อทั้ง6คนถูกเค้าฆ่าตายด้วยซ้ำ กฎหมายไทยบางข้อต้องถูกพิจารณาให้แก้ไข อย่าไปให้โอกาสไอพวกฆาตกรต่อเนื่องแบบนี้อีกเลย

ถ้ามันถูกปล่อยตัวออกมามันก้อจะหาเหยื่อใหม่มาฆ่าอีกคิดว่ายังไงมันก้อกลับมาเป็นคนดีในสังคมไม่ได้หรอก

 

สนับสนุนโดย แทงบอลออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ 100

Read More

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งให้มาช่วยจับงูออกจากห้องเช่าให้หน่อยเพราะว่ามีงูเห่าเลื้อยเข้ามาในห้อง

เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปถึงก็เห็นลูกงูเห่านอนขดอยู่ในร้องเท้าของเด็กจึงได้จับไปปล่อยในป่าให้งูได้ชีวิตตามธรรมชาติ จากการสอบถามเจ้าของห้องเช่าได้ให้ข้อมูลกับกู้ภัยว่า เมือคืนขณะที่ปิดไฟในห้องเรียบร้อยแล้ว ลูกชายอายุ 10 ขวบยังไม่ได้หลับเพราะนอนเล่นเกมที่มือถืออยู่  ได้มาบอกว่ามีตัวอะไรเลื้อยอยู่บนตัวก็ไม่รู้จึงได้เอามือปัดออก

และเมื่อเปิดไฟดูพบว่าเป็นงูเลื้อยเข้ามาในบ้าน แต่ตามหาเพื่อจะจับออกไปทิ้งหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จึงได้พากันนอนต่อเพราะคิดว่างูอาจจะเลื้อยไปที่อื่นแล้ว แต่พอตอนเช้าลูกชายวัย 10 ขวบตื่นมาจะไปใส่รองเท้าก็พบว่างูขดตัวนอนอยู่ในรองเท้า และในบ้านเช่านี้ก็มีแต่ผู้หญิงจึงได้โทรตามกู้ภัยมาช่วยจับให้ 

จากเรื่องงูเลื้อยเข้าบ้านคนจะมีการพบเจอกันอยู่บ่อยๆ บางครั้งไปแอบซ่อนตัวอยู่บนคานบ้าน บางครั้งไปแอบขดตัวอยู่หลังแอร์

          หรือบางที่ขดตัวในห้องน้ำ หรือในชักโครกก็มี และเคยมีคนเข้าห้องน้ำแล้วถูกงูฉกที่ก้นมาแล้วหลายราย ยิ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น งูจึงออกมาหาความอบอุ่น ส่วนมากก็จะมาอาศัยขดตัวแอบนอนในรองเท้า กองผ้าขี้ริ้ว กองผ้าห่ม ดังนั้นก่อนที่เราจะใช้งานควรมีการตรวจสอบให้เรียบร้อยเสียก่อนว่ามีตัวอะไรมาหลบซ่อนอยู่หรือไม่เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเรา

          นอกจากงูแล้วยังอาจมีตะขาบ และแมงป่อง ซึ่งสัตว์ต่างๆเหล่านี้มีพิษร้าย สามารถกัดหรือต่อยคนแล้วทำให้ตายได้ อย่างในข่าวแจ้งว่าเป็นลูกของงูเห่า แต่งูเห่านั้นเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง กัดคนแล้วตายได้ถ้าไปฉีดเซรุ่มรักษาไม่ทันดังนั้น ถึงจะเป็นแค่ลูกงู ก็สามารถกัดเราตายได้เช่นกัน

          ข่าวนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนระมัดระวัง รักษาความสะอาดของห้อง ของบ้านให้ดี หากมีจุดไหนที่งูคิดว่าเข้าไปซ่อนตัวได้แล้วปลอดภัยคนไม่เห็น งูเหล่านั้นก็จะมาอาศัย หรือแม้แต่ใต้ใบไม้แห้งก็ยังมีงูใบอาศัยอยู่ได้

ดังนั้น ควรมีการกวาดใบไม้เก็บขยะเก็บกวาดบ้านให้สะอาด ก่อนเข้าห้องน้ำให้กดชักโครกก่อน 1 ครั้งและควรหาอะไรมาปิดตามท่อน้ำทิ้งเพื่อเพื่อกันงูเลื้อยเข้ามาในบ้านตามท่อน้ำทิ้งได้ และหากต้องออกนอกบ้านก่อนใส่รองเท้าควรมีการตรวจตราเสียก่อนว่ามีตัวอะไรมาซุกนอนในรองเท้าของเราหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของเราและคนในครอบครัว 

Read More

การเดินทางท่องเที่ยวที่สะดวกที่สุด เห็นจะไม่พ้นการเดินทางโดยเครื่องบิน เพราะนอกจากจะประหยัดเวลาได้เยอะแล้ว ยังสะดวกรวดเร็วที่สุดอีกด้วย

และมาตรฐานเวลาก็เดินทางก็มักจะเที่ยงตรงที่สุดถ้าเทียบกับการเดินทางแบบอื่น (อันนี้นับเฉพาะในบ้านเรา เพราะถ้าเป็นในต่างประเทศ รถไฟ รถเมล์ ก็ตรงเวลาดีอยู่ทีนี้หลายๆท่านเองก็ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน ก็อาจจะประหม่า ตกใจทำอะไรไม่ถูกได้ ทีนี้

เรามีข้อแนะนำดีๆมานำเสอนว่าเราควรเตรียมตัวขึ้นเครื่องอย่างไรบ้าง เพื่อให้ไม่โก๊ะ ไม่เขิล ขึ้นเครื่องได้แบบชิลๆ แน่นอน

  • ขั้นแรกที่สุดเลยก็คือหาข้อมูล จองตั๋ว และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง

ถ้าเราไม่จองตั๋วก็คงไม่ได้เดินทางกันแน่นอน เมื่อจองตั๋วชำระเงินเรียบร้อย ให้ตรวจสอบให้ดีว่าเป็นการเดินทางสนามบินดอนเมืองหรือสุวรรณภูมิ เพราะถ้าไปขึ้นผิดที่มีตกเครื่องแน่นอน และควรเผื่อเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ทั้งรถติด ทั้งต่อแถวเช็คอิน ไม่มีอะไรที่แน่นอนแน่ๆ

รายละเอียดการเดินทางเมื่อเราไปเช็คอิน จะได้หน้าตั๋วมา ที่เรียกกันว่า Boarding Pass ทีนี้ข้อมูลที่เราควรจำหลักๆก็คือ Boarding Time คือเวลาขึ้นเครื่อง ไม่ควรเลท หรือถ้าไม่ทันจริงๆ เลทได้ 5 นาทีอย่าเกินกว่านั้นเพราะว่าทางสายการบินต้องเช็คผู้โดยสารและเตรียมออกบิน ซึ่งเวลาที่เครื่องจะ take off บินออกนั้นก็คือ Departure Time นั่นเอง หากเลทเกินกว่านี้ก็ตกเครื่องซื้อตั๋วใหม่แน่นอน

  • ถ้าเป็นไปได้ให้ใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะน้อยที่สุด

ก่อนเราจะได้เข้าไปในส่วนภายในสนามบินนั้น ต้องมีการสแกนตัว สแกนข้าวของ กระเป๋าก่อนเข้าไป ซึ่งหากเราใส่ชุดที่มีโลหะเยอะ เราก็ต้องถอดออกมาทีละชิ้นแล้วผ่านเครื่องสแกนไป แล้วค่อยแต่งตัวใส่ใหม่ ซึ่งนั่นจะเสียเวลาถอดเข้าถอดออกอยู่พอสมควร แต่หากเราแต่งตัวที่มีโลหะน้อย เช่นรองเท้าผ้าใบ กางเกงวอร์ม แล้วนั้น จะประหยัดเวลาตรงนี้ไปได้มากเลยทีเดียว

  • การเก็บสัมภาระบนเครื่อง

บนเครื่องบินการเก็บสัมภาระให้เก็บไว้บนตู้เหนือหัวของท่าน แต่หากเป็นชิ้นไม่ใหญ่แล้วเราอยากเก็บไว้ใกล้ตัวแล้วล่ะก็ ทำได้โดยวางไว้ตรงใต้ที่นั่งเรานั่นเองโดยต้องสอดไปให้สุดใต้ที่นั่ง อย่ามาวางแถวๆเท้าหรือตรงที่นั่งอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นจะโดนแอร์โฮสเตส เตือนแล้วเราก็ต้องเก็บไว้ใต้ที่นั่งอยู่ดี

  • ปิดเครื่องมือสื่อสาร หรือเปิดโหมดเครื่องบิน

เรื่องนี้หลายๆคนละเลย แต่ควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย คือปิดเครื่องมือสื่อสาร มือถือ ตอนก่อนเครื่อง Take off และก่อนเครื่อง Landing จอดตอนถึงที่หมาย

Read More